News

ความลับอัปยศในห้อง 314: เมื่อฉันหอบความยินดีไปเยี่ยมหลาน

ที่โรงพยาบาลกลางกรุงเทพฯ แต่กลับพบสามีกำลังตระกองกอดน้องสาวแท้ๆ พร้อมแผนการฮุบบ้านที่ฉันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ!

เสียงเม็ดฝนที่สาดกระหน่ำกระทบกระจกรถแท็กซี่ ไม่ได้ทำให้ความตื่นเต้นในหัวใจของฉันลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มือของฉันกำช่อดอกลิลลี่สีขาวและถุงของขวัญแบรนด์เนมสำหรับเด็กแรกเกิดไว้แน่น วันนี้คือวันที่ ‘ริน’ น้องสาวสายเลือดเดียวกันของฉันให้กำเนิดหลานชายตัวน้อย รินเคยร้องไห้ฟูมฟายมาหาฉันเมื่อเก้าเดือนก่อน บอกว่าถูกแฟนหนุ่มทิ้งไปอย่างไม่ไยดีเมื่อรู้ว่าเธอตั้งครรภ์ ในฐานะพี่สาวที่ส่งเสียเธอเรียนจนจบ ฉันอ้าแขนรับเธอเข้ามาอยู่ในบ้าน และสาบานว่าจะช่วยเธอดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด

เป้าหมายของฉันคือโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่าคลอดและค่าห้องพักฟื้นระดับวีไอพีราคาหลักแสน ฉันเป็นคนรูดบัตรเครดิตจ่ายให้ทั้งหมดด้วยความเต็มใจ ฉันทำงานหนักสายตัวแทบขาด รับงานฟรีแลนซ์ควบคู่กับงานประจำ อดหลับอดนอนเพื่อผ่อนบ้านเดี่ยวสุดหรูมูลค่ากว่าสิบล้านบาท ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดของฉันกับ ‘กวิน’ สามีที่แสนดีและอบอุ่น กวินอ้างว่าช่วงนี้ธุรกิจของเขากำลังฝืดเคือง ฉันจึงรับภาระผ่อนบ้านและค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครอบครัวเพียงลำพังมาเกือบสองปีแล้ว แต่ฉันก็ไม่เคยปริปากบ่น เพราะคิดว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน

เมื่อลิฟต์โดยสารเปิดออกที่ชั้นสาม บรรยากาศของโซนห้องพักวีไอพีนั้นเงียบสงบและหรูหราปานโรงแรม ฉันก้าวเดินไปตามทางเดินที่ปูพรมหนานุ่ม หัวใจพองโตด้วยความสุขเมื่อมองดูหมายเลขห้องที่เรียงราย จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่มีป้ายสลักตัวเลข 314

ประตูห้องไม่ได้ปิดสนิท มันแง้มเปิดออกเพียงเล็กน้อยพอให้แสงไฟอุ่นๆ จากด้านในลอดผ่านออกมา ฉันยกมือขึ้นเตรียมจะผลักประตูเข้าไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้างและคำทักทายที่เตรียมไว้ ทว่า… ภาพที่ปรากฏผ่านช่องประตูที่แง้มอยู่นั้น กลับทำให้ฝีเท้าของฉันหยุดชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง และเลือดในกายเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง

บนเตียงผู้ป่วยที่ปรับระดับขึ้น รินกำลังเอนหลังพิงหมอนด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ ไม่ได้ดูเศร้าหมองเหมือนคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ถูกทิ้งเลยสักนิด และที่น่าตกใจที่สุดคือ… กวิน สามีของฉัน กำลังนั่งอยู่บนขอบเตียง มือซ้ายของเขาโอบเอวของน้องสาวฉันไว้อย่างแนบแน่น ส่วนมือขวากำลังลูบแก้มของเด็กทารกแรกเกิดที่หลับพริ้มอยู่ในอ้อมอกของรินอย่างทะนุถนอม สายตาที่กวินมองรินและเด็กคนนั้น มันคือสายตาของความรักที่ลึกซึ้ง… สายตาแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้มองฉันเมื่อหลายปีก่อน

“ลูกของเราน่ารักเหลือเกินริน… หน้าเหมือนพี่ไม่มีผิดเลย”

น้ำเสียงทุ้มต่ำของสามีที่เปล่งออกมา ประโยคสั้นๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางศีรษะของฉันจนโลกทั้งใบแตกสลาย ลูกของเรา? เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของแฟนเก่าที่หนีไป แต่เป็นลูกของชู้รัก… ซึ่งก็คือสามีและน้องสาวแท้ๆ ของฉันเอง!

“น่ารักก็จริงค่ะพี่กวิน แต่รินทนไม่ไหวแล้วนะ เมื่อไหร่พี่จะเลิกกับนังพี่สาวหน้าโง่ของรินสักที รินอึดอัดจะแย่อยู่แล้วที่ต้องแกล้งทำเป็นน้องสาวผู้น่าสงสารให้มันสงสารอยู่ทุกวัน” รินเบ้ปาก น้ำเสียงที่เคยอ่อนหวานออดอ้อนฉัน บัดนี้เต็มไปด้วยความร้ายกาจและเย่อหยิ่ง

กวินหัวเราะในลำคอ เขาก้มลงจูบหน้าผากน้องสาวของฉันอย่างรักใคร่ “ใจเย็นๆ สิที่รัก อดทนอีกนิดเดียวเท่านั้น ตอนนี้พี่กำลังให้ทนายทำเอกสารโอนกรรมสิทธิ์บ้านอยู่ พี่หลอกข้าวหอมว่ามันเป็นเอกสารค้ำประกันธุรกิจที่ต้องใช้ชื่อร่วมกัน นังนั่นมันโง่และไว้ใจพี่มาก มันไม่แม้แต่อ่านด้วยซ้ำว่าเซ็นอะไรไป อีกแค่สองเดือน พอธนาคารอนุมัติเรื่องเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองปุ๊บ พี่จะถีบหัวส่งมันออกจากบ้านทันที บ้านสิบล้านที่มันหลังขดหลังแข็งผ่อนมาตลอดสองปี จะกลายเป็นรังรักของเรากับลูกไงจ๊ะ”

“จริงนะคะ! พี่กวินสัญญากับรินแล้วนะ รินอยากจัดห้องนอนใหม่ให้ลูกแล้ว บ้านหลังนั้นทำเลดีมาก ถ้ารินได้เป็นเจ้าของ รินจะเอาของของนังข้าวหอมไปทิ้งหน้าบ้านให้หมดเลย โง่ดีนัก ทำงานงกๆ หาเงินมาผ่อนบ้านให้คนอื่นอยู่!” รินหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ แววตาของเธอไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

ความโศกเศร้าและความตกตะลึงในวินาทีแรก ถูกแผดเผาจนมอดไหม้ด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ลุกโชนขึ้นในอก ฉันกำช่อดอกไม้ในมือแน่นจนก้านหักคามือ สองคนที่ฉันรักและไว้ใจที่สุด สองคนที่ฉันเสียสละหยาดเหงื่อแรงกายเพื่อดูแล กลับสุมหัวกันหักหลัง ลอบเป็นชู้กันใต้หลังคาบ้านของฉัน ไม่พอยังวางแผนจะฮุบสมบัติชิ้นเดียวที่ฉันสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง แล้วถีบฉันลงเหวอย่างเลือดเย็น!

ฉันไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ฉันไม่ได้สติแตก สิ่งที่ฉันทำคือการล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพาย หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกมา เปิดโหมดบันทึกวิดีโอ และยื่นกล้องสอดเข้าไปในช่องประตูเพื่อบันทึกภาพและเสียงการสนทนาอันแสนสกปรกนั้นไว้อย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ ฉันยืนบันทึกภาพพวกเขากอดจูบและวางแผนฮุบสมบัติของฉันอยู่นานเกือบสามนาที จนกระทั่งได้หลักฐานที่มัดตัวจนดิ้นไม่หลุด

ปัง!!

ฉันใช้เท้าถีบประตูห้องพักวีไอพีบานนั้นอย่างแรงจนมันเปิดผางกระแทกผนังเสียงดังสนั่น!

กวินและรินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกผีหลอก รินกรีดร้องและรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ส่วนกวินเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม เขาลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นยืนจากเตียงจนแทบสะดุดล้ม

“ข… ข้าวหอม! ม… มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เคาะประตู!” กวินละล่ำละลัก เสียงสั่นเป็นเจ้าเข้า

ฉันเดินก้าวอาดๆ เข้าไปในห้อง โยนช่อดอกลิลลี่ที่ยับเยินและถุงของขวัญราคาแพงใส่หน้ากวินอย่างเต็มแรง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉัน มันคือรอยยิ้มของมัจจุราชที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่ง

“มาตั้งแต่ได้ยินว่า ‘ลูกของเราน่ารักเหลือเกิน’ และมาทันได้ยินแผนฮุบบ้านสิบล้านของนังหน้าโง่คนนี้ไงล่ะ!” ฉันตวาดเสียงกร้าว ยกหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งกดหยุดบันทึกวิดีโอขึ้นมาโชว์ให้พวกมันดู “ชัดเจนระดับ 4K เลยนะกวิน ทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งแผนการฉ้อโกงเอกสารที่แกพล่ามออกมาเมื่อกี้!”

“พี่ข้าวหอม! พ… พี่ฟังรินอธิบายก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิด!” รินหน้าซีดเผือด พยายามทำเสียงอ่อนเสียงหวานบีบน้ำตาเหมือนที่เคยทำสำเร็จมาตลอด

“หุบปากสกปรกของแกเดี๋ยวนี้นังริน!” ฉันชี้หน้าด่าด้วยความขยะแขยง “ฉันส่งเสียแกเรียนจนจบ ให้ที่ซุกหัวนอน ให้ข้าวแกกิน แต่แกกลับตอบแทนฉันด้วยการแย่งผัวฉัน แล้วยังคิดจะแย่งบ้านของฉันอีก แกมันไม่ใช่คน แกมันเป็นอสรพิษที่ฉันเผลอเก็บมาเลี้ยง!”

กวินพยายามจะก้าวเข้ามาจับมือฉัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ข้าวหอม… พี่อธิบายได้นะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ—”

เพียะ!!

ฝ่ามือของฉันฟาดลงบนใบหน้าของกวินอย่างสุดแรงเกิดจนหน้าเขาหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือสีแดงเถือกปรากฏขึ้นบนแก้มซ้ายทันที

“อารมณ์ชั่ววูบงั้นเหรอ? ชั่ววูบจนนังรินท้องโย้คลอดลูกออกมาเนี่ยนะ! แกฟังฉันให้ดีนะกวิน…” ฉันกดเสียงต่ำ แววตาจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “บ้านหลังนั้น เป็นชื่อฉันแต่เพียงผู้เดียว เงินผ่อนทุกบาททุกสตางค์มาจากบัญชีของฉัน แกคิดว่าทนายกระจอกๆ ของแกจะเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองได้ง่ายๆ โดยที่ฉันไม่รู้ตัวงั้นเหรอ? แกคิดผิดแล้ว! ฉันเพิ่งไปธนาคารและกรมที่ดินมาเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อทำเรื่องรีไฟแนนซ์และระงับการทำธุรกรรมมอบอำนาจทุกชนิด แกไม่มีสิทธิ์แตะต้องสมบัติของฉันแม้แต่เศษฝุ่น!”

กวินทรุดลงกับพื้น เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าแผนการทั้งหมดของเขาพังพินาศลงแล้ว

ฉันหันไปยิ้มเย็นชาให้รินที่กำลังกอดลูกร้องไห้ตัวสั่นอยู่บนเตียง “ส่วนแก… นังน้องทรยศ ค่าคลอดหลักแสน ค่าห้องวีไอพีนี่ ฉันจะเป็นคนไปยกเลิกการรูดบัตรเครดิตเดี๋ยวนี้! พวกแกเตรียมตัวจ่ายเงินสดหลักแสนให้โรงพยาบาลเองก็แล้วกัน อ้อ… แล้วอย่าหวังว่าจะได้กลับไปเหยียบที่บ้านของฉันอีก เสื้อผ้าและข้าวของของพวกแก ฉันจะให้คนงานโกยใส่ถุงขยะแล้วโยนทิ้งไว้หน้าหมู่บ้าน ถ้าคืนนี้พวกแกไม่มีที่ซุกหัวนอน ก็ไปนอนกอดกันใต้สะพานลอยก็แล้วกันนะ!”

“ไม่นะพี่ข้าวหอม! รินเพิ่งคลอดลูกนะ พี่จะใจดำทิ้งรินได้ยังไง!” รินกรีดร้องอย่างเสียสติ

“ความใจดีของฉัน มันตายไปพร้อมกับความรักโง่ๆ ที่ฉันมีให้พวกแกแล้ว!” ฉันประกาศกร้าวอย่างเด็ดขาด “เตรียมตัวรับหมายศาลจากทนายของฉันได้เลย ทั้งคดีฟ้องหย่า คดีชู้สาว และคดีพยายามฉ้อโกงทรัพย์ ฉันจะฟ้องจนพวกแกไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน ฟ้องจนพวกแกต้องเดินแก้ผ้าออกจากศาล!”

ฉันหมุนตัวหันหลัง ก้าวเดินออกจากห้อง 314 อย่างสง่างามและเด็ดเดี่ยว ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ ไม่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอให้พวกสวะได้เห็นอีกต่อไป เสียงกรีดร้องโหยหวนของรินและเสียงร้องไห้อ้อนวอนของกวินที่ดังก้องไล่หลังมา ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย มันกลับกลายเป็นบทเพลงแห่งชัยชนะที่ดังกังวานอยู่ในใจ

ฉันเดินไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล สั่งยกเลิกการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตของฉันทั้งหมดอย่างเด็ดขาด ก่อนจะเดินเชิดหน้าออกจากโรงพยาบาลหรูแห่งนั้น ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลง ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดกำลังจะเปิดกว้าง ฉันสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ชีวิตใหม่ของฉันที่ปราศจากปลิงดูดเลือดและคนทรยศ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น… และมันจะต้องเป็นชีวิตที่งดงาม สว่างไสว และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!